เที่ยวลิทัวเนีย

เที่ยวลิทัวเนีย Lithuania ชวนไปทำความรู้จักกับประเทศลิทัวเนีย หนึ่งในที่เที่ยวยุโรปที่น่าสนใจ เป็นประเทศเล็ก ๆ สุดเงียบสงบ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป และเต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม ถ้าพูดถึงที่เที่ยวยุโรป คุณจะคิดถึงประเทศไหนกันบ้างคะ ? แน่นอนว่าหลายคนคงจะไม่นึกถึงประเทศเล็ก ๆ อย่างลิทัวเนีย เพราะประเทศแห่งนี้อยู่นอกเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของยุโรป แต่ใครจะไปคิดว่าประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้จะเต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของยุโรป อยากให้ลองเดินนอกกรอบออกมามองลิทัวเนียกันสักนิดค่ะ แล้วคุณจะหลงรักประเทศนี้อย่างไม่มีเงื่อนไข พูดแบบนี้คงยังนึกไม่ออกว่าประเทศลิทัวเนียหน้าตาเป็นอย่างไร และจะหลงรักประเทศแห่งนี้ได้ยังไง วันนี้กระปุกดอทคอมจะขอพาไปทำความรู้จักกับประเทศแห่งนี้  ประเทศลิทัวเนีย หรือสาธารณรัฐลิทัวเนีย ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป โดยอยู่ทางด้านฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติก มีทิศเหนือติดกับประเทศลัตเวีย ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับประเทศเบลารุส และทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับประเทศโปแลนด์และรัสเซีย มีเมืองหลวงคือเมืองวิลนีอุส ลิทัวเนีย ถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 3 ประเทศ ทางแถบทะเลบอลติก เอสโตเนีย, ลัตเวีย และลิทัวเนียโดยมีพื้นที่ทั้งหมดราว ๆ 65,300 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นป่าสนและเนินทราย มีภาษาราชการคือภาษาลิทัวเนีย แต่ประชาชนส่วนใหญ่จะสามารถพูดภาษารัสเซียได้ เพราะลิทัวเนียเคยตกเป็นประเทศในสหภาพโซเวียตมาก่อน ความน่าสนใจของลิทัวเนียก็คือสถาปัตยกรรมและธรรมชาติที่สวยงาม ถึงประเทศแห่งนี้จะอยู่ใกล้กับประเทศรัสเซีย แต่ที่นี่ก็เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนและตึกในสไตล์ยุโรป อีกทั้งยังเต็มไปด้วยป่าเขาและทะเลสาบ บรรยากาศโดยรวมของประเทศนี้จึงไม่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในยุโรปเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวลิทัวเนียที่น่าสนใจมีหลากหลายแห่ง เช่น  เมืองทราไก เมืองเล็ก ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของลิทัวเนีย ปัจจุบันที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวที่อยากจะสัมผัสกับตัวตนของลิทัวเนีย เมืองแห่งนี้มีอาคารบ้านเรือน และปราสาทเก่าแก่ให้ได้เที่ยวชมกันอย่างจุใจ และยังเต็มไปด้วยทะเลสาบสวย ๆ อีกหลายแห่ง  โดยเฉพาะทะเลสาบกลาฟ (Lake Galve) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ และยังมีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของลิทัวเนีย รอบ ๆ ทะเลสาบจะถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่จึงมีความงดงาม เต็มไปด้วยใบไม้หลากสีสัน น่าเที่ยวชมสุด ๆ    ไม่เพียงเท่านั้นในทะเลสาบกลาฟ ยังมีเกาะแก่งเล็ก ๆ มากมาย และที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ ปราสาททราไก (Trakai Island Castle) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ในทะเลสาบกลาฟ  เห็นความสวยงามของประเทศลิทัวเนียมากขึ้นหรือยังบอกได้เลยว่าถ้าคุณได้เห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง จะต้องหลงรักประเทศนี้อย่างหัวปักหัวปำ ยิ่งถ้าใครไม่ชอบความวุ่นวายแบบสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในยุโรป ลิทัวเนียถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ของคุณได้อย่างดีเลยทีเดียว

เที่ยว เกรท โอเชี่ยน โรด ออสเตรเลีย

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากันอย่างไม่ขาดสายเลยกับประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีคนไทยจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ด้วย แน่นอนว่า ออสเตรเลียมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งที่มีความสวยงามและได้บรรยากาศอย่างเต็มที่ กับ ถนน เกรท โอเชี่ยน โรด ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ใครได้มาท่องเที่ยวจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน เพราะที่นี่เต็มไปด้วยคลื่นลมแรงเป็นอย่างมาก ชายฝั่งของที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหน้าผาเว้าๆแหว่งๆ และมีกระแสลมและคลื่นที่มีความรุนแรง พร้อมกับมีจุดชมวิวที่มีความงดงามตระการตาเป็นอย่างมากและมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไปอย่างมากมาย  ชื่อแต่ละชื่อก็จะบ่งบอกลักษณะที่คล้ายคลึง อย่างเช่น twelve apostles  loch ard gorge London bridge และ new field bay ถนนเกรท โอเชี่ยน โรด แน่นอนว่าที่นี่มีจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดเลยกับจุดชมวิวที่ชื่อว่า twelve apostles  หรือ 12 สาวกของพระเจ้า เป็นแท่งหินปูนที่ถูกธรรมชาติให้มีรูปทรงที่แปลก ที่แตกต่างกันออกไป และเรียงรายกระจายกันออกไปบริเวณชายหาด เป็นจุดชมวิวที่ต้องบอกเลยว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสทางธรรมชาติที่สดใสพร้อมกับการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย เป็นอีกที่หนึ่งในการท่องเที่ยวออสเตรเลียเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ ยังจุดที่หนึ่งน่าไปสัมผัสเป็นอย่างของถนนสายท่องเที่ยวสายนี้กับจุดชมวิวที่ชื่อว่า loch ard gorge เป็นแท่งหินรูปโค้งขนาดใหญ่ไม่ใช่น้อยเลย เกิดตรงกลางถูกน้ำกัดเซาะจนทะลุ ก่อทำให้เกิดรูปร่างคล้ายสะพานโค้งขึ้นมาอีกด้วย ใครที่อยากจะมาท่องเที่ยวที่นี่แน่นอนว่า คุณจะต้องนั่งรถยนต์ขับไปเรื่อยๆ เพื่อชมบรรยากาศของเกรทโอเชี่ยนโรดได้เป็นอย่างดีแน่นอน

ท่องเที่ยวแหล่งหลังคาโลกที่ทิเบต

ที่ราบสูงทิเบตเป็นพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนและบางส่วนติดกับแคว้นแคชเมียร์ เป็นที่ราบสูงที่กว้างใหญ่มากมีเนื้อที่ประมาณ 1.3 ล้านตารางกิโลเมตร และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4,600 เมตร และเป็นเขตที่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาหิมาลัย เขตที่ราบสูงทิเบตเป็นเขตที่ราบสูงที่มีภูเขาล้อมถึง 3 ด้าน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดหรือต้นน้ำของแม่น้ำ 5 สาย เช่น แม่น้ำเหลือง แม่น้ำแยงซี แม่น้ำสินธุ แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขง แม่น้ำพรหมบุตร ที่ราบสูงทิเบตเป็นแหล่งหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนใหญ่ใช้การเดินทางด้วยรถไฟ ซึ่งจะเห็นเป็นที่ราบกว้างใหญ่และมีหุบเขาสูงชัน รวมถึง ทะเลสาบกว้างใหญ่ มีทัศนียภาพที่สวยงามอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีแหล่งโบราณสถานเก่าแก่ของทิเบตโดยเฉพาะ พระราชวังโปตาลา ในนครลาซา เป็นพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,700 เมตร เป็นพระราชวังเก่าแก่สร้างขึ้นในปี 1645 ในสมัยทะไลลามะองค์ที่ 5 พระราชวังเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ปัจจุบันพระราชวังโปตาลากลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานสักการะวังขาว เป็นที่อยู่อาศัยของพระ รวมถึงโรงเรียน และโรงพิมพ์ และถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบต นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังได้เยี่ยมชมเมืองลาซา เมืองท่องเที่ยวที่มีอาคารโบราณและสถาปัตยกรรมที่งดงาม พื้นที่ส่วนใหญ่ของลาซานั้นเต็มไปด้วย วัดโบราณต่างๆที่สวยงาม ซึ่งเมืองลาซายังเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนิกชนที่นับถือพุทธศาสนานิกายทิเบต และก็เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของชนเผ่าทิเบต วัฒนธรรมของเมืองลาซามีความหลากหลายอีกด้วย ซึ่งการผจญภัยในที่ราบสูงทิเบตจะเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ระหว่าง 3 รัฐ ได้แก่ ไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีป่าไม้, น้ำตก, ลำธาร มากมาย รวมถึงแหล่งน้ำพุร้อนที่สูงที่สุดในโลกด้วย อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีเนื้อที่กว่า 2 ล้านเอเคอร์หรือราว 8,992 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานมีบ่อน้ำพุร้อนกว่า 10,000 แห่ง ซึ่งเป็นบ่อที่เกิดจากแม็กม่าใต้ดินพวยพุ่งออกมา และน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงคือ น้ำพุร้อนโอลด์เฟทฟุล เป็นน้ำพุร้อนที่มีน้ำพุ่งสูงกว่า 60 ฟุต ทุก 30 และ 90 นาที และเป็นน้ำพุร้อนที่ยังคงมีน้ำพุ่งออกมาตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ภายในเยลโลว์สโตน ประกอบไปด้วย น้ำตกกว่า 300 แห่ง, ป่าไม้, ที่ราบสูง, ที่ราบทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ทั้งยังประกอบไปด้วยสัตว์นานาชนิดไม่ว่าจะเป็น หมีกริซซ์ลี หมีดำ ควายป่าไบซัน กวางมูส กวางเอลก์ แพะภูเขาบิกฮอร์น แมวป่า หมาป่า เป็นต้น

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐแล้ว เยลโลว์สโตน ยังเป็นแหล่งศึกษาทางธรณีวิทยาและทางชีวะวิทยามากมาย นั่นเพราะว่าที่ตั้งของเยลโลว์สโตนนั้นอดีตเป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ หรือ ซุปเปอร์วอลเคโน และเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเกิดขึ้น 642,000 ปีก่อน โดยนักธรณีวิทยาเผยว่าแหล่งน้ำพุร้อนภายในเยลโลว์สโตนนั้นเกิดจากแอ่งแม็กม่าขนาดใหญ่ใต้ดินเปลือกโลก และนักภูเขาไฟโบราณเผยว่า ภูเขาไฟยักษ์ในเยลโลว์สโตนยังไม่ดับสนิท เหมือนกับ ภูเขาไฟยักษ์โบราณที่เคยระเบิดและดับสนิทแล้วในปัจจุบัน

โบรโม่ สวรรค์ของนักผจญภัย

หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวไม่ไกลจากประเทศไทยมากนัก ดินแดนที่ท้าทายของเหล่านักผจญภัยให้เดินทางมาเยือนสักครั้งในชีวิตกับ ภูเขาไฟโบรโม่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโบรโม่แทงเกอร์เซเมรู บนเกาะชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในภูเขาไฟของอินโดนีเซียที่ยังไม่ดับ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสถานที่หนึ่งทางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ไว้ยังมาก ภูเขาไฟโบรโม่ตั้งอยู่ในจุดที่มีภูเขาไฟลูกอื่นๆอีก 3 ลูก อยู่ห่างกัน แต่ยอดที่นิยมมากที่สุดสูง 2,329 เมตร เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาเนื่องจาก ไม่มีความสูงมากและไม่มีความชันมากนัก โบรโม่จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย คำว่าโบรโม่ เป็นภาษาชวาซึ่งแปลว่า พรหม เป็นชื่อของเทพเจ้าของศาสนาฮินดู มีความเชื่อว่าภูเขาไฟเป็นที่สถิตย์ของเทพเจ้า ซึ่งจะมีเทศกาลท้องถิ่นจัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปีชื่อว่า เทศกาล Yadnya Kasada เป็นเทศกาลที่ชนพื้นเมืองบนเกาะชวา ซึ่งชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นไปบนปากปล่องภูเขาไฟ โดยจะมีการประกอบพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าโดยการ โยนดอกไม้ อาหาร รวมถึงบูชายัญสัตว์ในแอ่งภูเขาไฟ

การเดินทางขึ้นภูเขาไฟโบรโม่นั้นสามารถเดินทางได้โดยใช้รถจิ๊บ หรือ ขี่ม้า ซึ่งบริการโดยชาวบ้านแถบนั้นและเมื่อถึงเชิงภูเขาไฟจะมีเส้นทางเดินขึ้นสู่ปากปล่องภูเขาไฟ สำหรับภูเขาไฟโบรโม่นั้นมีการปะทุเล็กน้อยตั้งแต่ช่วงปี 2010 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการปะทุในระดับต่ำที่นักท่องเที่ยวต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

เที่ยวกรุงเบิร์น แดนสถาปัตยกรรม

กรุงเบิร์น เป็นเมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศทางตอนเหนือของยุโรปเมืองแห่งนี้นับว่าเป็นเมืองที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าที่ทางการยังคงอนุรักษ์ไว้ ซึ่งบรรยากาศในปัจจุบันยังคงความงดงามไว้เหมือนเช่นในอดีต กรุงเบิร์น ก่อตั้งมานานกว่า 800 ปีเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำอาเร่ ซึ่งล้อมรอบเมืองไว้ ในสมัยอดีตเพื่อป้องกันศัตรู โดยเมืองได้ออกแบบมาให้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นตึก บ้านพัก ที่อยู่อาศัย รวมถึงยังคงธรรมชาติของต้นไม้รอบเมืองได้อย่างดี ทำให้กรุงเบิร์น ถูกขึ้นเป็นเมืองมรดกโลกในปี 1863 ด้วยสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่กว่า 800 ปี รวมถึงชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเมือง นอกจากนี้กรุงเบิร์นยังถูกจัดว่าเป็น 1 ใน 10 เมืองของโลกที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกเมื่อปี 2010 อีกด้วย

กรุงเบิร์น กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงามเหมาะแก่มาเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยว ซึ่งมีจุดต่างๆของเมืองให้เดินเท้าเที่ยวกัน เนื่องจากส่วนใหญ่เส้นทางกรุงเบิร์นเป็นเส้นทางแคบ และมีรถยนต์สัญจรไม่มากนัก จึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวตามย่านต่างๆของเมือง โดยเฉพาะย่านเมืองเก่า ซึ่งจะมีอาคารเก่าแก่อายุกว่า 300 ปีตั้งอยู่มากมาย รวมทั้งเป็นจุดขายของที่ระลึก, ดอกไม้ต่างๆ มากมาย โดยย่านนี้จะเป็นย่านปลอดรถยนต์ ฉะนั้นจึงไม่มีรถยนต์สัญจรในบริเวณดังกล่าว และจุดเด่นของย่านเมืองเก่าก็คือ หอนาฬิกา อายุกว่า 200 ปี ตั้งเด่นอยู่ย่านใจกลางเมือง เหมาะแก่การถ่ายรูปเก็บ นอกจากนี้สองข้างทางยังเต็มไปด้วยอาคารเก่าสร้างขึ้นโดยสถาปัตยกรรมโบราณ และมีร้านอาหาร ลานน้ำพุ ซึ่งมีบรรยากาศที่โรแมนติกมากทีเดียว

อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่ ประเทศโครเอเชีย

  ประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอุทยานแห่งชาติที่น่าเที่ยวเป็นอย่างมากเลยนะครับ มีเยอะไม่เท่าไร แต่ละสถานที่นั้นก็ยังถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อันซีนอีกด้วย เพราะแต่ละอุทยานแห่งชาติของประเทศไทยนั้น ก็ยังมีความสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก เลยทำให้นักท่องเที่ยวหลายๆ คนนั้นต่างหลงไหลและชื่นชอบเป็นอย่างมากนั่นเอง

วันนี้ก็เลยอยากจะแนะนำอุทยานแห่งชาติของต่างประเทศกันบ้างนะครับ โดย อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่ นั้นก็ถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่มีความงดงามเป็นอย่างมากที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้นะครับ ซึ่งเป็นอุทยานที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยอุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่ นั้นก็ตั้งอยู่ที่ประเทศโครเอเชีย ซึ่งในอุทยานแห่งนี้นั้นก็จะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างมาก มีป่ามีเขาที่อุดมสมบูรร์ และมีธารน้ำและน้ำตกมากมายหลายชั้น ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในอุทยานแห่งชาตินี้นั้นต่างก็ตราตรึงกับบรรยากาศได้เป็นอย่างดี แถมที่นี้นั้นก็ยังสวยสะดุดตาอีกด้วยนั่นเอง นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครชื่นชอบกับธรรมชาติเหล่านี้ทุกคนจะต้องห้ามพลาดกันเลยนะครับเพราะอย่างที่บอกว่า อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่ ที่ประเทศโครเอเชีย นั้นก็มีความสวยงามเป็นอย่างมากนั่นเอง แถมยังทำให้นักท่องเที่ยวที่มาแล้วนั้นต่างหลงไหล จนต้องมาอีกรอบอย่างแน่นอน เห็นมั้ยละครับว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศนั้นก็มีความสวยงามไม่น้อยเลย แถมยังได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับการเดินทางได้อีกด้วยนั่นเอง เห็นแบบนี้แล้วคงต้องรีบเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋ากันซะแล้ว

เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ ประเทศออสเตรเลีย

หน้าร้อนของบ้านเรา หลายๆ คนก็อย่างที่บอกไว้ว่าคงหนีไม่พ้นกับการไปทะเล และดำน้ำชมประการังกันนะครับ โดยบ้านเรานั้นทะเลที่มีความโดดเด่นนั้นก็คงจะเป็น ทางภาคใต้ของประเทศ ซึ่งจะมีความอุดมสมบูรณ์กันเป็นอย่างมากเลยทำให้คนไทยและชาวต่างชาตินั้นนิยมไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมากนั่นเอง

แต่วันนี้เราอยากจะแนะนำอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนจะต้องลองไปสัมผัสกันให้ได้นะครับ โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นก็จะเป็น เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ ที่เป็นแนวปะการังนอกชายฝั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งก็จะตั้งอยู่ที่ ทะเลคอรัล บริเวณนอกชายฝั่งของ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสถานที่แห่งนี้นั้นก็ได้รับความนิยมเป็นอย่ามากเลยนะครับเพราะที่นี้ถือเป็นสถานที่ดำน้ำที่ดีที่สุดของโลกอีกด้วย อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่สวยสดงดงามอีกนั่นเอง เลยทำให้นักดำน้ำหลายๆ คน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกนั้นต่างก็ยกนิ้วให้สถานที่นี้ดีเป็นอย่างมาก ก็เพราะว่า ที่เกรมแบร์ริเอรร์ รีฟ นั้นก็มีความสวยสดงดงามของประการังเป็นอย่างมาก ทำให้การดำน้ำของที่นี้นั้นทุกคนที่ได้ลงไปนั้นก็จะมีความสุขกันมากนั่นเอง เพราะปะการังที่นี้มีความอุดมสมบูรณ์ และสวยงามเป็นอย่างมากนั่นเอง เอาเป็นว่าใครที่อยากจะมาสัมผัสสิ่งเหล่านี้ก็อยากจะให้ลองมาดูกันได้นะครับ ก็ไม่ไกลจากประเทศไทยสักเท่าไร แต่ถ้ามาแล้วได้เจอแบบนี้ได้เจอสิ่งที่สวยงามผมมองว่าน่าจะหายเหนื่อยจากาการเดินทางได้อย่างแน่นอน

ธรรมชาติที่ภูฎาน ประเทศภูฎาน

   ธรรมชาติที่สวยงามนั้นหลายๆ คนก็อยากจะไปพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้สูดอากาศอันแสนจะบริสุทธิ์เพื่อที่จะได้มีพลังในการที่จะเตรียมต้อนรับกับงานใหม่ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ การที่จะลาพักร้อนแล้วออกไปเที่ยวนั้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เรานั้นมีแรงต่อสู้กับงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ในวันนี้นั้นก็อยากจะให้ทุกคนลองไปสัมผัสกับธรรมชาติที่ ภูฎาน  ที่เป็นประเทศในภูมิภาคของเอเชียใต้ที่มีขนาดเล็กที่สุด และมีภูเขาที่สวยงามเป็นจำนวนมาก โดยจะตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างประเทศจีนและอินเดียวนั่นเอง โดยเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเลยนะครับ ซึ่งก็จะเหมาะกับที่คนรักธรรมชาติ และความงดงามและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม โดยไฮไลท์ของการมาพักผ่อนที่นี้นั้นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็จะเป็นการเดินทางมาชมความยิงใหญ่ของภูเขาหิมาลัย ที่สูงเด่นและเป็นสง่า อีกทั้งอย่างที่บอกเป็นประเทศที่มีภูเขาเป็นจำนวนมาก เลยทำให้นักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวปืนเขากันนั้นต่างก็มาที่นี้กันเยอะแยะมากมาย เพราะสภาพบ้านเมืองนั้นก็สวยงามเป็นอย่างมาก ที่สามารถคงรักษาธรรมชาติแบบนี้เอาไว้ได้ดีเป็นอย่างมากนั่นเอง อีกทั้งประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ของที่ภูฎานนั้นก็ยังมีเสน่ห์ที่น่าหลงไหลอีกด้วย เอาเป็นว่าภูฎานนิแหละถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากนั่นเอง เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวกันก็อย่าลืมที่จะไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้กันนะครับรับรองเลยว่าจะติดใจอย่างแน่นอน

 

ตะลุยความหนาวที่ แอนตาร์กติกา

  ถ้าหากใครที่ชี่นชอบอากาศที่แสนจะหนาวเหน็บหนาว ที่มีความหนาวมากกว่าแถมเอเชียในบ้านเรา ก็อยากจะให้ลองไปเที่ยวที่แนตาร์กติกา กันดูนะครับเพราะที่นี้นั้นถือเป็นเมืองที่หนาวเป็นอย่างมาก อยู่ทางแถบขั่วโลก แถมการเที่ยวที่แอนตาร์กติกานั้นคุณก็จะได้พบกับสิ่งที่สวยงามเป็นอย่างมาก ทำให้การเดินทางในครั้งนี้ของคุณจะสุดแสนจะดีเลิศค่าเป็นอย่างมาก

การเผชิญความหนาวเย็นของหิมะนั้น ถ้าให้เทียบกับบ้านเรา บ้านเราถือว่าเด็กๆ จิ๊บๆ กันเลยนะครับ แต่การเที่ยวที่แอนตาร์กติกา นั้นคุณจะต้องเตรียมเก็บเงินไว้ให้มากๆ เตรียมเสื้อกันหนาวแบบหนาขั้นเทพ กันไว้ด้วยนะครับ จากนั้นก็ตีตั๋วแล้วไปโบยบินที่ แอนตาร์กติกา กันเลย ซึ่งที่นี้นั้นก็จะอยู่ในแถบบริเวณขั้วโลก ซึ่งช่วงเวลาที่ได้เดินทางไปนั้นก็จะพบกับดินแดนธารน้ำแข็งที่นี้ ที่จะได้ชมวิววทิวทัศน์อันสวยงามในระหว่างการเดินทางได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้การเดินทางไปพิซิตความหนาวของ แอนตาร์กติกา นั้นก็จะทำให้คุณนั้นไม่รู้สึกเบื่ออย่างแน่นอ และเมื่อไปถึงจุดไฮไลท์ของที่แอนตาร์กติกา นั้นคุณก็จะพบกับความสวยงามของภูเขาน้ำแข็งที่สูงโดดเด่นเป็นอย่างมาก ที่ได้เรียงรายคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวกันอยู่นั้น ซึ่งบิเวรณ์นี้นั้นก็จะเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด และงดงามที่สุดเป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ได้สัมผัสกับความเย็นของเยือกหิมะ ไหนๆ ถ้าใครไปเที่ยวแล้วนั้นก็อยากจะให้กระโดดน้ำพิชิตกับความหนาวเย็นรับรองว่าจะสุดยอดเป็นอย่างมาก